Drive your business

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

Think Creativity

Think Creativity 
                                                                                                 by Korpai


                ว่ากันว่าพลังของ “ความคิดสร้างสรรค์” มีอยู่ในตัวตนของมนุษย์ทุกคน ความคิดใหม่ ๆ (New) ที่เป็นเอกลักษณ์ (Unique) แตกต่าง (Different) หรือดีกว่า (Better) จะถูกหยิบยกออกมาใช้ด้วยความสามารถของมนุษย์ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นับว่าเป็นพรสวรรค์ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ที่เป็นประโยชน์ หากเรานำออกมาใช้ได้อย่างถูกต้อง
                นักทฤษฎีต่าง ๆ ได้กล่าวไว้ว่า ความสามารถในการสร้างสรรค์กิจกรรมใหม่ ๆ ด้วยความคิดสร้างสรรค์นั้น ทั้งทางด้านศิลปะหรือทางด้านวิทยาศาสตร์ล้วนเป็นเรื่องเดียวกัน ความคิดสร้างสรรค์ จึงเปรียบเสมือนการค้นหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ใน “ภาพ” ที่เรามองเห็น


                หลายคนที่เป็นนักเขียน หรือออกไปในแนวศิลปินหน่อย ๆ มักจะอธิบายว่า ความคิดสร้างสรรค์เหมือนเป็นอะไรบางอย่างที่ลอยอยู่ในอากาศ พวกเขาจึงเชื่อว่า มีบางสิ่งบางอย่างจากภายนอก สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน รวมถึงจินตนาการ ที่ดึงพวกเขาเข้าไปมีส่วนร่วม และทำให้เกิดไอเดียสร้างสรรค์

                ภาพสร้างสรรค์หลายภาพที่เรามองเห็น จึงสามารถทำให้เกิดไอเดียต่าง ๆ มากมาย อย่างเช่นภาพด้านล่างนี้เป็นภาพถ่ายของหญิงสาวที่แต่งตัวด้วยชุดบัลเล่ต์สไตล์นานาชาติเข้าไปในพื้นที่ประเทศ Kenya ก็สามารถทำให้เราจินตนาการได้ว่า เมื่อความเป็น International ได้เข้าไปในพื้นที่สลัมแห่งนี้ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ หากมีการหยิบยื่นความช่วยเหลือพื้นที่นี้จากนานาชาติ อีก 20 ปี 30 ปีถัดไป พื้นที่แห่งนี้จะยังคงเป็นสลัมต่อไปเหมือนเดิม หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน 

                 และในขณะเดียวกันในเชิงธุรกิจ ก็ไม่มีไอเดียไหนที่เป็นต้นฉบับของไอเดีย แต่ว่ามีไอเดียที่ใหม่และใหม่กว่า ปรับไปตามกาลเวลา ซึ่งหมายถึงความคิดสร้างสรรค์ ที่ปรับสิ่งที่มีอยู่เดิม ผ่านกระบวนการทางความคิด ผ่านข้อมูลต่าง ๆ เป็นเหมือนกับการสร้างสิ่งที่ใหม่กว่า (Newest) หรือ สว่างไสวมากกว่า (Brightest)
                ดังนั้น ในหัวสมองของมนุษย์เราจึงมีความคิดสร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา แต่ว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าเราไม่ดึงความคิดสร้างสรรค์นั้นออกมาใช้  ความท้าทายต่อจากนี้ของมนุษย์จึงเป็นความสามารถที่จะทำในสิ่งที่เราทำได้ ซึ่งเป็นแรงผลักดันมาจากภายใน ความมั่นใจ ตัวตน การเป็นที่ยอมรับ ความเป็นอิสระ หรือจริยธรรมต่าง ๆ จะถูกค้นและขับเคลื่อนด้วยตัวบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์

หลายอย่างที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้จินตนาการได้ว่าเราสามารถจะกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์เหล่านี้ได้อย่างไร (How to inspire creativity) เช่น

·       พยายามมองหาความคิดสร้างสรรค์ (Look for creative thinking)
·       สร้างสรรค์ความคิดนั้นด้วยตนเอง (Be creative yourself)
·       มีส่วนร่วมในสิ่งที่สร้างสรรค์ (Always involve in creative) เป็นการเติมความคิดสร้างสรรค์นั้นด้วยประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการได้เห็น ได้ยิน หรือได้สัมผัส
·       สามารถปกป้องพื้นที่ความคิดสร้างสรรค์ หรือบรรยากาศความคิดสร้างสรรค์ (Protect your creative and your creative atmosphere)
และที่สำคัญ หากเป็นการเรียนรู้ให้เกิดความคิดที่สร้างสรรค์ มักมีความเชื่อว่า สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ มีความสัมพันธ์กัน (Everything connects to everything else) ความคิดสร้างสรรค์จึงเป็นสิ่งใหม่ ที่เชื่อมต่อทุกสิ่งได้อย่างไม่คาดคิด
ลองมาทบทวนกันดูซิว่า ความคิดสร้างสรรค์ของคุณนั้นเป็นอย่างไร?

Update เรื่องเศรษฐกิจ

Update เรื่องเศรษฐกิจ by Korpai
                Thailand Fact Sheet ฉบับสัปดาห์นี้จะขอ Update เรื่องเศรษฐกิจ ด้วยตัวเลขสถิติที่สำคัญเกี่ยวกับปริมาณการค้าของโลก และตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย ในยุคข้ามปี พ.ศ.ใหม่
ข้อมูลเครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจ ได้มีการสรุปเครื่องชี้วัดที่สำคัญโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (จากแหล่งข้อมูล IMF, World Economic Outlook และหน่วยงานอื่น ๆ ในเดือนธันวาคม 2556) ซึ่งเราจะเห็นได้ถึงอัตราร้อยละและแนวโน้มของเศรษฐกิจที่คาดการณ์ไว้ในปี 2014
ภาพรวมเศรษฐกิจของโลก ปี 2014 จะมีขยายตัวมากขึ้น ขยับจากปี 2013 ร้อยละ 2.9 เป็นร้อยละ 3.6 และ World Trade Volume จะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.9 เป็น 4.9
สำหรับเศรษฐกิจของประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา (อัพเดทข้อมูลถึงปี 2012) มีอัตราการขยายตัวของการผลิตภาคเศรษฐกิจที่สำคัญ เป็นดังนี้
ภาคการเกษตร ในภาพรวมเติบโตร้อยละ 3.8 สาขาเกษตรกรรม การล่าสัตว์ และป่าไม้ เติบโตร้อยละ 5.2 ส่วนสาขาการประมงลดลงร้อยละ 3
นอกภาคเกษตร ในภาพรวมเติบโตร้อยละ 6.7 โดยสาขาไฟฟ้า สาขาการโรงแรมและภัตตาคารมีอัตราการเติบโตมากที่สุด เติบโตร้อยละ 11.6 รองลงมาเป็นก๊าซและประปา ร้อยละ 9.7 สาขาการขนส่ง สาขาเหมืองแร่ ร้อยละ 8.2 การเก็บรักษาสินค้าและการคมนาคม ร้อยละ 8.1 สาขาก่อสร้าง ร้อยละ 7.8 สาขาอุตสาหกรรม ร้อยละ 6.9 สาขาสถาบันการเงิน ร้อยละ 6.5 สาขาการค้าส่งและค้าปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน ร้อยละ 5.2 สาขาการศึกษาร้อยละ 5.1 สาขางานด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์ ร้อยละ 4.6 สาขากิจกรรมด้านการบริการชุมชน สังคมและบริการส่วนบุคคลอื่น ร้อยละ 4.1 สาขาอสังหาริมทรัพย์ การเช่า และกิจกรรมทางธุรกิจ ร้อยละ 3.9 เป็นต้น
ปี 2013 (ม.ค.-พ.ย.) ผลผลิตนอกภาคการเกษตร ผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารและเครื่องดื่ม โลหะและอโลหะ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์และอุปกรณ์ขนส่ง สินค้าอุตสาหกรรมส่งออก ที่มีการอัตราเพิ่มขึ้นในระยะเดียวกันกับปีก่อนได้แก่ โซดา เหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณ แผ่นเหล็กชุบสังกะสี ปูนซีเมนต์ เครื่องปรับอากาศ รถยนต์นั่ง ผลิตภัณฑ์ยางสำหรับรถ เป็นต้น ส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราลดลงหรือติดลบได้แก่ น้ำตาล เบียร์ ปูนเม็ด ทีวี พัดลม หม้อหุงข้าว ตู้เย็น รถยนต์พาณิชย์ อาหารทะเลกระป๋อง สับปะรดกระป๋อง เป็นต้น
สำหรับด้านการบริการ ในเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศมีอัตราที่เพิ่มขึ้น ดัชนีปริมาณการจำหน่ายยานยนต์ประเภทรถยนต์นั่งก็เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.7 รถจักรยานยนต์มีอัตราลดลงร้อยละ 9 ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นบ้านจัดสรรเพิ่มขึ้น ร้อยละ 49.4

ดุลการค้าปี 2013 (ม.ค.-ต.ค.) ยังเกินดุล 2,843.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ดูภาพประกอบภาวะการค้า)
ความเคลื่อนไหวซึ่งเป็นแนวโน้มของราคาสินค้าเกษตรที่สำคัญเป็นดังนี้



วันเสาร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2557

ปรับกลยุทธ์ทางความคิด เรียนรู้และขัดเกลาจิต

ปรับกลยุทธ์ทางความคิด เรียนรู้และขัดเกลาจิต by Korpai
เดี๋ยวนี้ประเด็นข่าวทางการเมืองช่างร้อนแรง และเป็นที่น่าจับตาอย่างมากในสังคมไทย
การชนะศึกสงคราม (ทางด้านความคิด) ทางการเมืองก็มีการอ้างอิงวงศ์ตระกูลเพื่อที่จะชนะศึกกันเลยทีเดียว บ้านเมืองเราสมัยนี้จึงชักจะไปกันใหญ่ ที่หยิบโยงทุก ๆ เรื่องเข้ามาเกี่ยวข้องกันอย่างไม่มีเหตุมีผล ฉะนั้น การแสดงออกซึ่งความคิดเห็น ถึงแม้จะเป็นเหตุผลส่วนตัวก็ตาม อาจต้องระมัดระวังและคำนึงถึงหลักที่เรายึดเหนี่ยว และคาดการณ์เผื่อถึงอนาคต ที่ความคิดเห็นส่วนตนนั้น อาจสร้างความกระทบกระเทือนถึงบุคคลอื่น ๆ ทั้งที่ใกล้ชิด และที่อยู่แวดล้อมอีกด้วย
ด้วยปัจจุบัน ความเชื่อมโยงทั้งความคิดเห็น การกระทำ คำพูด และสิ่งต่าง ๆ ถูกนำมาเกี่ยวคล้องกันหมด ด้วยคำว่า “ชอบ” หรือ “ไม่ชอบ” “สีเดียวกัน” หรือ “ไม่ใช่สีเดียวกัน” และไม่อาจแยกแยะได้ว่า “เรื่องใดเกี่ยวข้อง” หรือ “เรื่องใดไม่เกี่ยวข้อง” ได้อีกต่อไป และที่สำคัญรากเหง้าแห่งแห่งความดีงามทางประวัติศาสตร์ที่สะสมกันมาเป็นระยะเวลานาน อาจต้องหม่นหมองไปเพราะเข้ามาเชื่อมโยงกับความคิดและการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมือง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นับว่าเป็นประสบการณ์ที่หลายคน อาจต้องมานั่งทบทวน และตั้งสติกันให้รอบคอบ เนื่องจากผลของการกระทำสามารถบั่นทอนกันและกันได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
                จะว่าไปแล้ว เปรียบเสมือน การปลุกระดมชนวนรอยร้าวทางประวัติศาสตร์ด้วยความต้องการที่จะชนะศึก และแซะรอยช้ำระหว่างกันที่มีมาเนิ่นนานให้ขยายใหญ่ขึ้น เฉกเช่นเดียวกับ “รอยประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกที่ผู้คนต้องล้มหายตายจาก หากคิดที่จะหยิบยกขึ้นมาพูดกันเมื่อไหร่ก็ไม่มีทางสานสัมพันธ์กันต่อไปได้” นับเป็นกลยุทธ์ ที่ทำไปเพื่อต้องการเอาชนะ หากปรับความคิดนี้เสียใหม่ เราอาจเห็นทั้งมิตรภาพและศัตรู ที่คู่นี้อาจเดินเข้ามาหาเราพร้อมกัน
                การดำเนินต่อไปด้วยมิตร สำหรับนักการทูตหรือมนุษย์ธรรมดา  จึงควรหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงรอยร้าว และกล่าวถึงมิตรภาพที่จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีที่เราทำได้ในปัจจุบันให้ดำเนินต่อไปได้
การยับยั้งความคิด จากการได้ฟัง ได้เห็น หรือถูกปลุกระดมด้วยอารมณ์ ด้วยช่องทางต่าง ๆ ซึ่งมนุษย์ทุกคนสามารถตระหนักไว้ว่า เรามีสติสัมปะชัญญะเพียงพอ ที่จะไม่เบียดเบียนบุคคลอื่น
                การเบียดเบียนทั้งหลายนี้ ด้วยความเป็นชาวพุทธ อาจต้องกลับมาทบทวนดูสติกันให้มากขึ้น ด้วยหลักศีลห้าที่เป็นพื้นฐาน ก่อนที่จะถามหาเรื่องความมีจริยธรรม ศีลข้อแรก ที่จะไม่เบียดเบียนกันและกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำร้ายร่างกายให้เกิดบาดแผล สูญเสียเลือดเนื้อ ชีวิตเพื่อให้มนุษย์เรามีหลักในการเดิน และหลักสำหรับการสร้างบุญกุศล
                ถึงแม้สถานการณ์โลกจะเจริญก้าวหน้าและเปลี่ยนแปลงไปมากเท่าใด แต่การศึกษาค้นคว้า และเรียนรู้เพื่อที่จะขัดเกลาจิตใจมนุษย์นั้นหากยังมีน้อย และดูมีแนวโน้มถดถอย การเบียดเบียนของคนในสังคม ก็จะทวีความรุนแรงมากขึ้น
สังคมในปัจจุบัน จึงควรแสวงหาทางเลือกที่จะขัดเกลาจิตใจ ซึ่งสิ่งนี้ย่อมเป็นทางเลือกทั้งในระดับบุคคล และระดับสังคม โดยเฉพาะระดับบุคคล ที่เราเองก็ไม่สามารถบอกให้กับผู้อื่นทำได้ ฉันใดก็ฉันนั้น หากต้องการยกระดับทางด้านความคิด ก็พึงศึกษาเรียนรู้ให้กระจ่างชัด เพื่อที่จะไม่หลงไปยังพื้นที่ของการโน้มน้าวชักจูง หรือกิเลสที่ทำให้เราสติหลุด และประพฤติพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เหมือนกับคนไร้สติได้
                หากมองไปโดยรอบผู้คนที่อยู่แวดล้อม ถึงแม้จะไม่ใช่คนพื้นที่เดียวกัน ไม่รู้จักกัน แต่ด้วยความคิดที่ดีเราก็ควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน และนั่น ย่อมเป็นก้าวแรกของการอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข “มุมมองของการเปิดประตูบ้านต้อนรับผู้อื่นด้วยมิตรไมตรี ลดการแบ่งแยกทางสังคมหรือชนชั้น ลดการดูถูกเหยียดหยาม จึงเป็นอะไรที่สามารถช่วยยกระดับจิตใจของมนุษย์เราให้ดียิ่งขึ้น”
                กว้างไปกว่านั้น สำหรับสังคมโลกที่สื่อสารกันได้เหมือนกับอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน เราเคยเห็นถึงสถานการณ์ที่น่าใจหาย ผู้คนบาดเจ็บ ล้มตาย ภัยธรรมชาติ ฯลฯ ที่อนาคตจะต้องรับมือร่วมกันอีกมากมาย
                ที่สำคัญระบบการบริหารจัดการบ้านเมืองของทั่วโลก ก็มีรูปแบบการเมืองและการปกครองที่แตกต่างกันไป ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ ความรู้จากการศึกษารูปแบบทางด้านการเมืองการปกครองด้วยข้อมูลการสืบค้นก็จะช่วยให้ผู้ที่ศึกษาเองมีข้อมูลและความรู้เพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น อย่างน้อย สิ่งต่าง ๆ ที่ดูไร้เหตุผล ก็จะสามารถยุติลงได้โดยง่าย
                ภาพรวมประเทศที่มีลักษณะการเมืองการปกครองที่มีลักษณะการบริหารงานโดยรัฐบาลที่ใกล้เคียงกัน (ดูจากภาพประกอบ)

ต่าง ๆ เหล่านี้ มีแหล่งที่มาและที่ไป ที่ผู้ศึกษาเองสามารถนำมาเป็นข้อมูลเพิ่มเติมความรู้ ศึกษา และสืบค้นได้จากในระบบออนไลน์ และแหล่งความรู้ต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ทำให้เกิดกระบวนการคัดกรองทางด้านความคิด เหตุผลในเชิงวิเคราะห์ กับรูปแบบสถานการณ์เป็นกรณีศึกษา ซึ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเป็นแหล่งความรู้ด้วยกันทั้งสิ้น
เรื่องหลายเรื่องในปัจจุบัน จึงถูกโยงเข้ามาผูกกันไว้เป็นปม หากเราต้องการคลี่คลายสิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง เราก็ควรหันมาศึกษาให้ทิศทางของการปลูกต้นไม้แห่งประชาธิปไตย สามารถดำเนินต่อไปได้ ให้ต้นไม้ต้นนี้ได้ผลิดอกออกผล มีความสง่างามและน่าเกรงขามต่อไป


กิ่งก้านต่าง ๆ ของทักษะชีวิต (Life Skills)

กิ่งก้านต่าง ๆ ของทักษะชีวิต (Life Skills) by Korpai
                การจำลองรูปแบบความคิดของมนุษย์ในแต่ละวัน ที่มีความคิดในเรื่องต่าง ๆ อยู่สารพัดมากมาย ออกมาเป็นภาพจำลองอย่าง Mind Map ได้ นับว่าเป็นเทคนิคที่สร้างสรรค์ และทรงพลัง โดยเฉพาะหากเรานำเทคนิคนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ก็จะสามารถกลั่นกรองความคิดออกมาเป็นแก่นสาร พร้อมกับกิ่งก้าน ที่แตกแขนงออกมาให้เห็นภาพของการเชื่อมโยงสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน
                สำหรับการใช้ชีวิตของคนเรา โดยเฉพาะในวัยแห่งการเรียนรู้ หากนำแผนที่ความคิด มาช่วยส่งเสริมกันให้เกิดประโยชน์ ก็จะพบถึงความเชื่อมโยงของความคิดที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะความคิดที่เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้ โดยที่ผู้เรียนเองสามารถเป็นศูนย์กลาง ซึ่งจะเห็นความยืดหยุ่นของความคิด ทั้งที่ตีกรอบไว้ และไม่ได้ตีกรอบ
                ครู และอาจารย์ กับการออกแบบการเรียนรู้อย่างเหมาะสม จึงมีส่วนสำคัญที่จะทำให้เด็ก ไทยมีการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์ ซึ่งในปัจจุบันการปฏิรูปองค์ความรู้ต่าง ๆ ก็ได้เกิดขึ้น รวมถึงการบูรณาการองค์ความรู้เดิมกับองค์ความรู้ใหม่ ในสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป
การผสมผสานสิ่งเหล่านี้ จึงเป็นประสบการณ์มากมาย ที่สามารถถ่ายทอดให้กับเด็ก ๆ โดยผู้ถ่ายทอดจะต้องทำความเข้าใจ ใช้ประสบการณ์ และประเมินถึงผลลัพธ์ได้อย่างเหมาะสม
                Theme ของความรู้ในปัจจุบัน จึงไม่ใช่เพียงความรู้จากหลักสูตรการศึกษาเท่านั้น แต่เป็นความรู้เพื่อการใช้ชีวิต ซึ่งสามารถสร้างองค์ความรู้ได้ตั้งแต่วัยเด็กและเริ่มปฏิบัติตั้งแต่ยังเล็ก
Mind Map จึงเป็นเครื่องมือหรือแผนการเราสามารถเริ่มต้นวาดเส้นทางไปสู่จุดหมาย การแตกแขนงของกิ่งก้านพื้นฐานสำหรับการดำรงชีวิต จึงสามารถทำได้อย่างเป็นอิสระ
ผู้ปกครอง จึงมีบทบาทอย่างมากที่จะมีส่วนร่วมในการเริ่มต้น และจัดการสิ่งต่าง ๆ เรียกได้ในวัยเด็กเล็ก แทบจะ 24 ชั่วโมงเลยก็ว่าได้  และเมื่อเด็ก ๆ โตขึ้น สถาบันการศึกษาก็จะเข้ามามีส่วนร่วมและมีบทบาทในลำดับถัดไป
ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการจัดสรรเวลา กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงประสบการณ์ ที่สามารถต่อยอดให้กับเด็ก ๆ เรื่องอาหาร น้ำ อากาศ พลังงาน ปัจจัยในการดำรงชีวิต ความแข็งแรง ความปลอดภัย ความรู้ตามหลักสูตรการศึกษา ความรู้นอกห้องเรียน จินตนาการ ศิลปะ สังคม สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี วิถีชีวิต หรือการใช้จ่าย ฯลฯ ล้วนเป็นองค์ความรู้นำไปสู่ภาคปฏิบัติทั้งสิ้น
                ผู้ปกครองสมัยใหม่ จึงมีบทบาทเป็นอย่างมาก การทำความเข้าใจ และออกแบบการเรียนรู้ให้กับลูก ๆ ไว้ล่วงหน้า ในเรื่อง “กิน อยู่ และการใช้ชีวิต” จึงเป็นการบ่มเพาะทักษะชีวิต (Live Skills ให้สะสมไว้ในตัวเด็ก ๆ ทุกคน)
                อย่างไรก็ตามสำหรับการวาดฝันในระดับชาติ ก็มีตัวอย่างที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นของสหรัฐอเมริกา โดย The Foundation for Child Development ที่ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเด็กทั้งในเรื่องการเรียนรู้ จากตนเอง จากครอบครัว และจากสังคม ซึ่งเกี่ยวข้องกับพัฒนาการของเด็กในอนาคต โดยได้เน้นด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตสำหรับเด็ก
                ปัจจัยที่สำคัญเหล่านี้ ได้แก่
·       เศรษฐกิจที่ดีของครอบครัว
·       ความปลอดภัย/ความเสี่ยง ของพฤติกรรม
·       การมีการศึกษาที่ดี
·       การมีสุขภาพดี
·       การมีมนุษยสัมพันธ์ทางด้านสังคมที่ดี
·       การมีภาวะทางด้านอารมณ์ที่ดี และการมีจิตวิญญาณหรือมี Spirit ที่ดี
·       การมีส่วนร่วมในสังคมที่ดี
                ต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นปัจจัยสำคัญในระดับชาติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับชีวิตทุกชีวิต เกี่ยวข้องกับผู้คนในสังคมทุกคน การเรียนรู้ที่แตกกิ่งก้านในการทักษะชีวิตที่ดีด้านต่าง ๆ จึงมีความสำคัญอย่างมาก เป้าหมายก็เพื่อให้ผู้คนมีหลักและแก่นสาร อยู่บนเส้นทางที่ดีในสังคมร่วมกัน
                 
               


วันพุธที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ธุรกิจปรับเข้าสู่โหมดออนไลน์

Thailand Fact Sheet: ธุรกิจปรับเข้าสู่โหมดออนไลน์ (By Korpai)
               มีการพูดคุยเป็นอย่างมากเกี่ยวกับสถานการณ์ในโลก Social Networking ที่ปัจจุบัน ได้แพร่ระบาดไปอยู่ทั่วทุกมุมโลก สำหรับชีวิตประจำวันของคนไทยเองก็เช่นกัน สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต โน้ตแพด  ต่าง ๆ ก็เชื่อมต่อตัวเราเองกับผู้คนในหลายชุมชน ตลอดจนบนพื้นที่สาธารณะ
การจัดสรรและแบ่งเวลาในแต่ละวันของผู้คนในปัจจุบัน จึงรวมถึงการแบ่งปัน แลกเปลี่ยนสื่อสาร กับผู้คน ทั้งที่รู้จักแลไม่รู้จัก อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็น มุมมอง ภาพถ่าย วีดีโอ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ก็ได้แลกเปลี่ยนกันแล้วเป็นที่เรียบร้อย
สถานการณ์ที่ปรากฏนี้ โลกออนไลน์จึงได้แบ่งช่วงเวลาดังกล่าวของผู้คน และเริ่มดึงช่วงเวลาเหล่านั้นมากขึ้น ๆ โดยการเชื่อมโยงกับเครือข่ายรูปแบบต่าง ๆ หากเราเริ่มต้นถามตัวเราเองในวันนี้ว่าเครื่องมือใดบ้างที่เราเข้าไปเป็นสมาชิก อาจเริ่มต้นจากการสะกดนับ 1 และ 2, 3, 4, 5….และต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ
การค้นหาสิ่งต่าง ๆ ในโลกออนไลน์ จึงมีคำตอบมากกว่าคิดไว้ ในขณะเดียวกันบางคนอาจเริ่มหลงลืมไปแล้วว่า เครือข่ายหลายรูปแบบที่ตนเองได้ใช้ เริ่มทยอยลบหายไป เนื่องจากตนเองหลงลืมไปบ้างแล้ว แต่สำหรับบางคนต้องพกสมุดจดบันทึกเล่มเล็ก ๆ เพื่อป้องกันการสูญเสียและอาการหลงลืมที่อาจเกิดขึ้นได้
ธุรกิจในปัจจุบันจึงทะยอยปรับเข้าสู่โหมดออนไลน์ ด้วยประโยชน์ใช้สอยที่มีมากมายที่สามารถสร้างการเติบโตของธุรกิจได้ การเลือกเข้าสู่ช่องออนไลน์ จึงเรียกได้ว่า เป็นกลยุทธ์ที่สามารถนำไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งช่องทางต่าง ๆ ที่ว่านี้ได้แก่

ช่องทางการลงทุนใน Social Media ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นไปเสียแล้ว ธุรกิจจำเป็นต้องจัดสรรเงินลงทุนสำหรับ Social Media ไว้เป็นการเฉพาะ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง ๆ ไปสู่สาธารณะ ที่สำคัญแนวโน้มการใช้เครื่องมือนี้ เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่สำคัญ ที่สามารถสร้างรายได้ ผลกำไร และอาจเป็นกลยุทธ์ในการคัดสรรพนักงาน จากทั่วโลกในอนาคต ซึ่งมีประโยชน์ต่อธุรกิจอย่างมาก นอกจากนี้
การตัดสินใจใช้ Social Media มีมุมมองที่หลากหลายของผู้ที่ต้องการใช้ ซึ่งได้แก่ เพิ่มการรับรู้ในเรื่องของแบรนด์ สร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ รู้จักแบรนด์มากขึ้น สร้างการขับเคลื่อนด้วยวิธีการโฆษณาแบบปากต่อปากจากผู้ใช้ เพิ่มความไว้วางใจและความจงรักภักดีของลูกค้า เป็นการกระตุ้นหรือเพิ่มในสิ่งใหม่ ๆ ที่ผู้บริโภคกำลังค้นหา ฯลฯ

การใช้ประโยชน์จากเครือข่ายรูปภาพ เราจะเห็นได้ว่าปัจจุบันมีการแบ่งปันภาพถ่ายและวีดีโอต่าง ๆ เป็นจำนวนมากนอกเหนือจากการแบ่งปันแบบข้อความ ซึ่งบางรูปภาพสามารถโดนใจผู้ได้รับชมโดยตรงและสามารถจดจำได้ Social Network อย่าง Penterest จึงกลายเป็นแหล่งค้าปลีกระดับโลก ที่บรรดาผู้หญิงจากทั่วโลก (women’s only theme) ต่างมาเปิดร้านและสร้างเครือข่ายทางการค้า นอกจากการแบ่งปันจะเป็นในลักษณะ Image แล้ว ยังมีการแบ่งปันในลักษณะ Slideshare, Tumblr, Path, Mobli และอื่น ๆ ซึ่งเป็น Content Marketing ที่แข็งแกร่งเลยทีเดียว

ตัวเลขสถิติรายได้ ที่เกิดจากการพัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับการดาวน์โหลด ที่ผ่านมาแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ในช่วง Q2 ปี 2013 ที่ผ่านมา พบว่าการดาวน์โหลดแอพ ซึ่งเป็นของ Google (Play Store) มีการดาวน์โหลดมากกว่าของ Apple (App Store) มากกว่าประมาณ 10% และหากมองที่ยอดรายได้ ยอดรายได้ของ App Store มีมากกว่า Play Store อยู่ 2.3 เท่า (ที่มาสถิติ: App Annie)

ส่วนสถิติรายได้ของผู้พัฒนาเกมส์ต่าง ๆ และช่องทางในการเข้าถึง ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และอื่น ๆ ก็จะเห็นได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มการทำธุรกิจในปัจจุบัน (ตัวอย่างสถิติของอเมริกา)



E-book ไอเดียใหม่กับการสร้างรายได้ออนไลน์

Thailand Fact Sheet: 
E-book ไอเดียใหม่กับการสร้างรายได้ออนไลน์  (By Korpai)


                 เดี๋ยวนี้ ด้วย Lifestyle ที่เปลี่ยนแปลงไป สำหรับคนยุคใหม่ เรารู้จักวิธีการใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ในการสื่อสารมากขึ้น และเราสามารถสร้างรายได้จากแหล่งข้อมูล ความรู้ Know How ต่าง ๆ ชนิดที่เรียกว่า จากทั่วโลกเลยก็ว่าได้
                Lifestyle ที่เปลี่ยนแปลงนี้ จึงทำให้สินค้าและบริการต่าง ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน ไอเดียใหม่ ๆ ในการสร้างรายได้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งรายได้หลักและรายได้เสริม จึงเกิดขึ้นในโลกออนไลน์
การอ่านหนังสือสมัยใหม่ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องหยิบและซื้อหนังสือเล่มจริงออกมาจากร้านหนังสือ เพียงแค่ทำการอ่านผ่านอุปกรณ์เทคโนโลยี ก็มือหนังสือให้เราอ่านแบบฟรี ๆ เป็นหมื่น ๆ เล่ม
E-book ที่วางขายกันในโลกออนไลน์ ผู้ซื้อสามารถจ่ายเงินเพียงเล็กน้อยเมื่อต้องการอ่านในเนื้อหา ผ่านอุปกรณ์ที่เราสามารถใช้ในการอ่านได้ อาทิ  Android, iPad, iPhone, iPod, Laptop และ Desktop ต่าง ๆ รวมไปถึงเราสามารถติดตามผลงานของนักเขียนที่เราชื่นชอบหรือกลายเป็นแฟนพันธุ์แท้ได้โดยง่าย
                E-book หรือที่เราเรียกว่า  Electronic Book นี้ จึงเป็น file เอกสารประเภทหนึ่งที่ใช้ในการอ่านหนังสือเสมือนหนังสือจริงได้ในทุกที่ ในปัจจุบันมีได้มีเว็บไซต์ที่เปิดให้บริการในรูปแบบออนไลน์นี้ และเปิดโอกาสให้นักเขียนทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ สามารถจำหน่าย จ่าย แจก และรับส่งผลงานได้ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต
                องค์ประกอบในหนังสือ E-book จึงเป็นเหมือนกับหนังสือจริงที่มีตั้งแต่ หน้าปก คำนำ สารบัญ และเนื้อหาที่แยกออกมาเป็นส่วนต่าง ๆ ซึ่งแหล่ง Download อีบุ๊คที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ebook.in.th, thaiebook.org นอกจากนี้ยังมีแหล่ง Download อื่น ๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ ที่อาศัยโปรแกรมไว้สำหรับอ่านอีบุ๊ค ซึ่งได้แก่ Acrobate, Foxit Reader, Plakat eBook Reader for Windows, I love library Viewer, Ebook for Kindle และอื่น ๆ
                ฉะนั้น วิธีการสร้างรายได้สำหรับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะการสร้างรายได้เสริมเพิ่มเติมไปทีละเล็กละน้อย E-book จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการแสวงหารายได้ได้เป็นอย่างดีสำหรับคนทุกเพศทุกวัย
ความแตกต่างของการประยุกต์เทคโนโลยี จึงเปิดโอกาสให้มีทางเลือกใหม่ ๆ สำหรับการเขียนหนังสือ ซึ่งจากเดิมนักเขียนจะมีรายได้จากการเขียนในสัดส่วนที่ต่ำ เนื่องจากรายได้จากการเขียนจะถูกแบ่งออกไปเป็นสัดส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ร้านค้า สำนักพิมพ์ และนักเขียน แต่การเขียน E-book Online ผลตอบแทนที่ผู้เขียนผลงานจะได้รับมีสัดส่วนค่าตอบแทนที่สูงกว่า ซึ่งนักเขียนสามารถสร้างรายได้จากการเขียนนั้นโดยตรง หรือมีการแบ่งสัดส่วนรายได้ให้กับเว็บไซต์ที่รับฝากขายอีบุ๊ค
นอกจากนี้ สำหรับกลยุทธ์ในการตั้งราคา หากทำการเปรียบเทียบกับหนังสือจริงแล้ว E-book จะมีราคาขายที่ต่ำกว่า และสามารถวางขายสินค้าได้อย่างรวดเร็ว
                ปัจจุบัน อีบุ๊ค จึงมีรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย เน้นการใช้งานที่ง่ายผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต อีบุ๊ค file มีทั้งแบบง่าย เช่น file เป็นแบบ pdf ที่มีขนาดเล็ก สามารถอ่านได้ง่าย และง่ายต่อการพิมพ์ลงบนกระดาษ และอีบุ๊คแบบมัลติมีเดีย  ที่เพิ่มความน่าสนใจให้กับผู้อ่านมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น ภาพ ความเคลื่อนไหว เสียง และการออกแบบงานที่มีความสวยงามมากยิ่งขึ้น
                การสร้างรายได้จากการขาย E-book ในไทย จึงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเขียนในการแสวงหารายได้ โดยเฉพาะตลาดในเมืองไทย อีบุ๊คที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ได้แก่ นวนิยาย งานเขียนประเภท How to และงานเขียนที่ค่อนข้างมีความเป็นเอกลักษณ์ มีความแตกต่างจากงานเขียนประเภทอื่น และงานเขียนที่สร้างสรรค์ ซึ่ง E-book บางเล่มถึงแม้จะมีขนาดเล็ก เช่น อาจมีงานเขียนไม่เกิน 30 หน้า แต่ก็สามารถสร้างยอดขายกันได้หลายหลักเลยทีเดียว
                นับว่าเป็นธุรกิจ สำหรับ Home Entrepreneur ที่น่าสนใจเป็นอย่างมากในยุคนี้
                 

วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2556

นักช้อปปิ้งออนไลน์

ติดตามเป็นแฟนผลงานการเขียนได้ที่ ebooks

 Thailand Fact Sheet: นักช้อปปิ้งออนไลน์

                                                                                                                   เขียนโดย กอไผ่

เทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ก็ใกล้จะมาถึง เราเริ่มเห็นว่า บรรยากาศในบ้านเราทุกวันนี้เวลามีงานเทศกาลก็มักจะคึกคัก และมีสีสัน คนไทยเองก็มีกิจกรรมที่จัดขึ้นภายในครอบครัว กลุ่มเพื่อน และญาติมิตรสหายต่าง ๆ และบรรยากาศโดยรอบก็จะพบเจอกับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ จากทั่วโลกเลยทีเดียวก็ว่าได้ที่เข้ามาเที่ยวชมเมืองไทย

นอกจากบรรยากาศท่องเที่ยวที่ดูมีชีวิตชีวาในช่วงเทศกาลแล้ว ยังมีความคึกคักของนักช้อปสินค้าทั้งหลาย สินค้าต่าง ๆ โดยเฉพาะของขวัญชิ้นพิเศษในช่วงเทศกาล ก็เริ่มวางเรียงราย ให้ลูกค้าได้เลือกเป็นของขวัญ และที่สำคัญหากผู้ซื้อ เลือกซื้อสินค้าได้อย่างถูกใจในราคาไม่แพงด้วยแล้ว ก็จัดได้ว่ามีความเป็นมืออาชีพในการซื้อสินค้า ช้อปได้อย่างคุ้มค่า คุ้มราคา และเหมาะสมกับการเป็นผู้ให้

การวางแผนช้อปปิ้งกันล่วงหน้าเพื่อเตรียมของขวัญชิ้นพิเศษ จึงมีความสำคัญ และการซื้อที่ประหยัด มีคุณภาพ ราคาเหมาะสม ก็ล้วนเป็นความสำเร็จในการเลือกซื้อสินค้า

                ปัจจุบันทางเลือกในการซื้อขายจึงมีหลากหลาย นอกจากการเดินซื้อของในห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่าง ๆ แล้ว ยังมีการเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ นักช้อปออนไลน์นับวันก็มีจำนวนผู้ที่เข้าเป็นสมาชิกมากขึ้น ปริมาณการเข้าชมสินค้าในเว็บไซน์ต่าง ๆ จึงมีมากขึ้น และโอกาสในการซื้อขายสินค้าก็มีมากขึ้นด้วยเช่นกัน

บรรยากาศในการเลือกซื้อสินค้า จึงท้าทายสำหรับคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาทำการทดลองซื้อขาย เราสามารถซื้อขายสินค้าได้ทุกที ทุกเวลา ซึ่งอาศัยเพียงเทคโนโลยีที่เป็นเครื่องมือหรือช่องทางในการซื้อขาย

การเข้าสู่โลกออนไลน์ และซื้อสินค้าออนไลน์ จึงมีหลาย ๆ เหตุผลที่ผู้ซื้อตัดสินใจซื้อโดยที่มิได้สัมผัสสินค้าจริง ซึ่งเหตุผลที่ว่านี้ อาทิเช่น

·       มีสินค้าให้เลือกหลายหลาย สินค้านับหมื่น ๆ ชิ้น ในแบรนด์ชั้นนำต่าง ๆ จากทั่วโลก

·       มีการจัดโปรโมชั่นและส่งเสริมการขาย ซึ่งทำให้ได้ราคาพิเศษที่ถูกกว่าราคาซื้อขายทั่วไป

·       สามารถเปรียบเทียบสินค้าชนิดเดียวกัน ในหลาย ๆ ร้านค้า ในราคาที่แตกต่าง

·       ลูกค้าได้รับข้อเสนอที่ดีจากร้านค้า เช่น ได้ส่วนลดพิเศษ

·       มีภาพสินค้า รายละเอียด สีสัน และขนาดของสินค้า ให้เลือก

·       ราคาถูก เมื่อเปรียบเทียบกับราคาขายตามท้องตลาด

·       หากคุ้นเคยกับแบรนด์สินค้าเป็นอย่างดีแล้ว ลูกค้าสามารถเลือกซื้อออนไลน์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

·       ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าที่แตกต่าง ไม่ซ้ำใคร เนื่องจากเป็นสินค้าที่คัดสรรมาจากนานาประเทศ

·       มีระบบการจ่ายเงินรองรับ เช่น จ่ายผ่านบัตรเครดิต จ่ายผ่าน Internet Banking หรือ E-currency ทั้งหลาย

·       ผู้ซื้อสามารถซื้อได้ง่ายในขั้นตอนเดียว และสินค้าจะส่งตรงถึงบ้านได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งลดค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าเดินทาง ค่าเสียเวลา เป็นต้น

·       ลูกค้าสามารถสื่อสาร และติดต่อกับร้านค้าได้โดยตรง

·       เป็นร้านค้าที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตามการซื้อสินค้าออนไลน์ก็มีข้อเสียที่สำคัญ เช่น

·       ร้านค้าออนไลน์ส่วนใหญ่ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าก่อน ดังนั้น ลูกค้าจึงจ่ายเงินทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้รับสินค้า และมีระยะเวลารอคอยในการรับสินค้า ซึ่งบางร้านใช้ระยะเวลานานในการขนส่งสินค้า (ในปัจจุบันเริ่มมีบางร้านค้าที่ปรับกลยุทธ์ใหม่ โดยให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าก่อน และจ่ายเงินเมื่อได้รับสินค้า)

·       หากไม่ได้รับสินค้าตามสั่งซื้อ จะทำให้ลูกค้าสูญเสียเวลาในการติดตามทวงถามสินค้า หรือแจ้งการขอรับเงินคืนค่าสินค้าผ่านระบบ

·       หากทำการซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ อาจถูกมิจฉาชีพออนไลน์หลวกหลวงให้จ่ายเงินซื้อขายสินค้า

·       เนื่องจากมาตรฐานของแต่ละร้านค้าในตลาดออนไลน์แตกต่างกัน การซื้อสินค้าจากภาพถ่ายสินค้า (ที่บิดเบือนจากของจริง) อาจทำให้ไม่ได้รับสินค้าตามที่ต้องการ

·       ผู้ซื้อต้องแน่ใจว่าการช้อปปิ้งออนไลน์นั้นปลอดภัย โดยเฉพาะการเลือกใช้เครดิตการ์ดในการจ่ายเงิน หรือการเลือกช่องทางอื่น ๆ ในการจ่ายเงิน

จากสถิติที่เพิ่มขึ้นของคนไทยในการใช้อินเตอร์เน็ต จึงสามารถนำมาประยุกต์เป็นธุรกิจซื้อขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ (E-commerce) ซึ่งเป็นที่น่าสนใจว่า นักช้อปออนไลน์จากทั่วโลก นิยมซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น และธุรกิจนี้นอกจากเป็นธุรกิจที่สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ลงทุนไม่มากแล้ว ยังไม่ต้องใช้เงินจ้างคนมาก จ่ายค่าเช่า หาทำเลร้านค้า หรือจัดการหน้าร้านจริง แต่มีร้านค้าที่อยู่ในรูปแบบออนไลน์เท่านั้น